หุ่นยนต์ผ่าตัดและหุ่นยนต์ขนของ: อนาคตที่กำลังเปลี่ยนชีวิตเราให้ง่ายขึ้น

อ่าน 5 นาที 0 ผู้อ่าน

หุ่นยนต์ผ่าตัดและหุ่นยนต์ขนของ: อนาคตที่กำลังเปลี่ยนชีวิตเราให้ง่ายขึ้น

หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดกำลังกลายเป็นเรื่องปกติ

วงการแพทย์เริ่มนำหุ่นยนต์เข้ามาเป็นผู้ช่วยสำคัญในการผ่าตัดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะงานที่ต้องใช้ความละเอียดสูงมากเป็นพิเศษ

ตัวอย่างเช่นที่ El Camino Health และ Heart Vascular Institute มีการนำระบบ da Vinci จาก Intuitive Surgical มาใช้ผ่าตัดเส้นเลือดหัวใจ

แม้จะเป็นการผ่าตัดที่ทำกันบ่อยในปัจจุบัน แต่การใช้หุ่นยนต์ช่วยก็ยังเป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะและความระมัดระวังจากทีมแพทย์อย่างมาก

ความแม่นยำที่ทำให้แผลหายเร็วขึ้น

จุดเด่นที่สุดของการใช้หุ่นยนต์คือการเคลื่อนไหวที่แม่นยำมาก ทำให้หมอสามารถผ่าตัดแบบแผลเล็กได้ดีกว่าการผ่าตัดเปิดแผลกว้างแบบปกติ

ผลที่ตามมาคือคนไข้จะเจ็บน้อยลง ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน (อาการข้างเคียงที่คาดไม่ถึง) ต่ำกว่าเดิมมาก

เทคโนโลยีนี้ยังช่วยลดภาระทางสมองของทีมแพทย์ ทำให้การทำงานในห้องผ่าตัดมีความต่อเนื่องและมาตรฐานการรักษาที่สม่ำเสมอมากขึ้น

หุ่นยนต์ขนของในคลังสินค้าที่ฉลาดกว่าเดิม

นอกเหนือจากห้องผ่าตัดแล้ว หุ่นยนต์ยังเข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าการจัดเก็บสินค้าในคลังให้รวดเร็วและเป็นระบบมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เรากำลังพูดถึงหุ่นยนต์ที่เรียกว่า AMR (หุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติที่เดินไปมาได้เองโดยไม่ต้องมีราง) ซึ่งต่างจากรถลากแบบเดิมที่ต้องมีคนคอยคุม

AMR สามารถตัดสินใจเดินไปหยิบของหรือขนส่งสินค้าได้เองตามเส้นทางที่วางไว้ ทำให้การจัดการสินค้าในคลังมีความคล่องตัวสูงมาก

การวางแผนก่อนเริ่มใช้หุ่นยนต์ในที่ทำงาน

การจะเอาหุ่นยนต์ AMR มาใช้ในคลังสินค้าไม่ใช่แค่ซื้อมาวางแล้วจบ แต่ต้องมีการวางแผนจัดการให้ดีเพื่อให้ทำงานได้จริง

ผู้ประกอบการต้องตอบคำถามให้ได้ก่อนว่า หุ่นยนต์รุ่นไหนปลอดภัยเมื่อต้องทำงานใกล้คน และใครจะเป็นคนรับผิดชอบดูแลซ่อมบำรุงเมื่อเครื่องขัดข้อง

ตัวอย่างความสำเร็จจากผู้ใช้งานจริงชี้ให้เห็นว่า การเตรียมตัวที่ดีตั้งแต่ต้นจะช่วยให้การติดตั้งหุ่นยนต์ราบรื่นและลดปัญหาจุกจิกในภายหลังได้

ธุรกิจที่ได้ประโยชน์จากการใช้หุ่นยนต์

กลุ่มที่ใช้หุ่นยนต์ AMR มากที่สุดในตอนนี้คือบริษัทขนส่งสินค้า ร้านค้าปลีก และโรงงานอุตสาหกรรมที่ต้องจัดการสินค้าจำนวนมากตลอดเวลา

เมื่อธุรกิจเหล่านี้ขยายขนาดการใช้งานหุ่นยนต์ให้มากขึ้น ก็จะเริ่มเห็นความคุ้มค่าจากการทำงานที่รวดเร็วและแม่นยำกว่าการใช้แรงงานคนเพียงอย่างเดียว

การเรียนรู้จากประสบการณ์ของเพื่อนร่วมธุรกิจที่เคยใช้งานมาก่อน จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการปรับปรุงประสิทธิภาพและเพิ่มผลกำไรให้กับตัวเอง

หัวใจสำคัญที่ทำให้หุ่นยนต์ทำงานได้สำเร็จ

ไม่ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ผ่าตัดหรือหุ่นยนต์ขนของ ปัจจัยที่จะทำให้ใช้งานได้จริงคือความเข้าใจในขั้นตอนการทำงานของตัวเองอย่างถ่องแท้

หุ่นยนต์ต้องการซอฟต์แวร์ (โปรแกรมสั่งงาน) ที่เชื่อถือได้ ระบบการเคลื่อนไหวที่แม่นยำ และแผนการจัดการที่ชัดเจนตั้งแต่วันแรกที่เริ่มติดตั้ง

หากขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไป หุ่นยนต์ก็อาจกลายเป็นเพียงเครื่องจักรราคาแพงที่ไม่ได้ช่วยให้การทำงานดีขึ้นอย่างที่ตั้งใจไว้

สรุปสั้น ๆ

ข่าวนี้ชี้ให้เห็นว่าหุ่นยนต์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป แต่กำลังแทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของเราทั้งในโรงพยาบาลและคลังสินค้า

สำหรับคนทั่วไป สิ่งนี้หมายความว่าในอนาคตคุณอาจได้รับการรักษาที่แผลเล็กหายไวขึ้น หรือได้รับสินค้าที่สั่งออนไลน์ถึงบ้านเร็วขึ้นกว่าเดิม

หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจที่สนใจใช้หุ่นยนต์ สิ่งที่ต้องทำต่อคือการศึกษาแนวทางจากกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จ และเตรียมแผนการดูแลหุ่นยนต์ให้พร้อมก่อนเริ่มใช้งานจริง


ที่มา: Report covers advances in surgical robots, deploying warehouse automation in the real world — The Robot Report

แชร์ข่าวนี้

เรียบเรียงจากข่าวของ The Robot Report อ่านข่าวต้นฉบับ ↗

← กลับไปหน้าข่าวสาร